Jet lag ทุกที มีวิธีแก้ไหม!? เช็กสาเหตุ พร้อมวิธีรับมือ

✈️ Let’s Travel!! …แต่เดี๋ยวก่อน
สลับ Time Zone ทีไร อุปสรรคอย่างแรกคือ Jet lag ใช่ไหม ?
ถ้าอย่างนั้น มาทำความเข้าใจอาการคู่กันของนักเดินทางเลยดีกว่า พร้อมเคล็ดลับวิธีรับมือ!

Jet lag เกิดขึ้นจากอะไร? ทำไมเป็นแล้วมีอาการนอนไม่หลับ, ง่วงนอนตลอดเวลา, ไม่มีแรง, สับสนมึนงง, ไม่อยากอาหาร ฯลฯ สาเหตุนั้น แบ่งออกเป็น 3 ข้อง่ายๆ คือ

  1.  ปกติแล้วเราทุกคนมี “นาฬิกาชีวิต” เป็นของตัวเอง ที่การทำงานของเซลล์ และระบบร่างกายต่างๆ จะดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ เช่น เรากินข้าวเวลาไหน? (น้ำย่อยทำงาน) เข้านอนเมื่อไหร่? (ร่างกายสั่งให้พัก) ความเคยชินเหล่านี้เป็นระบบที่สัมพันธ์กับเวลา ซึ่งเมื่อมีการเดินทางข้ามเขตเวลาแล้วร่างกายไม่สามารถปรับตัวใหม่ได้ จึงเกิดผลกระทบกับระบบร่างกาย
  2. แสงแดดมีผล เพราะ สารเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนสำคัญในการสั่งให้ร่างกายนอนหลับ และมีส่วนกำหนดการทำงานตามนาฬิกาชีวิตจะมีปฏิกริยาตอบสนองต่อแสงแดด เราจึงรู้สึกว่าอ่อนเพลีย ระบบร่างกายสับสน ตอบสนองผิดพลาด เมื่อเราข้ามเส้นเวลาแล้วเผชิญหน้ากับช่วงกลางวัน หรือ กลางคืนซ้ำซ้อนนั่นเอง
  3. แรงดันอากาศในห้องโดยสาร เพราะ เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแรงดันอากาศจากระดับความสูงในการบินจะทำให้ร่างกายอยู่ในสภาวะความชื้นต่ำ เสี่ยงต่อสภาวะขาดน้ำ ซึ่งสามารถส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการ Jet lag ได้ โดยสาเหตุนี้อาจเกิดขึ้นโดยที่ร่างกายยังไม่ข้ามเส้นเวลาจากการเดินทางเลยทีเดียว

วิธีรับมือ!

  • ควบคุมการนอนหลับระหว่างเดินทาง เช่น หากเป็นการเดินทางที่จะถึงปลายทางในตอนเช้า เราสามารถนอนหลับได้เพื่อเป็นการปรับเวลาล่วงหน้า ในขณะที่หากนอนหลับสนิทโดยถึงที่หมายหัวค่ำพอดี ก็จะเสี่ยงต่ออาการ Jet lag นั่นเอง
  • ดื่มน้ำมากๆ เพราะ การเดินทางโดยเครื่องบินจะเสี่ยงต่ออาการขาดน้ำที่สุด ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย และระบบการทำงานแย่ลง เราจึงควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียไป โดยหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกาแฟอีน และแอลกอฮอล์
  • เตรียมพร้อมร่างกายก่อนออกเดินทาง โดยพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ควบคุมเวลานอนหลับโดยค่อยๆ ปรับทีละเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการกำหนดนาฬิกาชีวิตเมื่อถึงจุดหมายปลายทาง
Scroll to Top